Featured

ปืนใหญ่ ใช้ดวงยิงประตู

    ข่าวฟุตบอลที่น่าสนใจโดยกูรูแทงบอลออนไลน์ เกมระหว่าง สวอนซี ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล เป็นการแข่งขันที่มีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้องเกือบทุกประตูที่เกิดขึ้นในนัดนี้แต่ดูเหมือนว่าฝั่งเจ้าบ้านไม่ได้ทำการสังฆทานบอลทำให้ดวงของพวกเขาไม่มีแม้แต่สักประตูในขณะที่ทางฝั่งของอาร์เซน่อล น่าจะบริจาคลูกบอลไม่ต่ำกว่า 4000 ลูกเพราะว่าสิ่งที่เขาได้กลับจากเกมนี้คือ 4ประตูด้วยกัน อาร์แซน แวนเกอร์ เปลี่ยนนักเตะแค่ 2 ตำแหน่งจากนัดที่เสมอกับ บอร์นมัธ คือเอา กราเบรียลลงมาแพ็คเกมแทน เบญ่าริน และตรงกลางใส่ เมซุส โอซิล ลงไปแทน ค็อกโคแลงต์แล้วดึง แรมซี่ย์ลงมาเล่นกลางรับ ทำให้เกมนี้เขาจะเน้นเกมรับทางริมเส้นไม่ต้องบุกแบบเต็มอัตราศึกหลังจากที่เกมที่แล้วตะบี้ตะบันบุกอย่างเดียว

                ประตูแรก อาร์เซน่อลกว่าจะได้ก็ปาเข้าไปนาทีที่ 37 เกิดจากส้มหล่นตั้งแต่ลูกแรก ซานเชสได้บอลทางฝั่งซ้ายสุดเส้นแล้วเปิดเข้ามาจ่อๆ โอซิลโขกบอลเต็มหัวแต่ไปติดกองหลังบอลเปลี่ยนมทาเข้าทางเท้าของ ชิรูดห์ แปลสบายๆเข้าประตูไป  จากนั้นมาได้ลูกดวงที่ 2 จากจังหวะที่อิโวบี้ สอดทะลุช่องแล้วซัดด้วยเท้าขวาบอลไปโดนตัวของ แจ็ค คอกด์ บอลข้ามหัว ฟาเบรียนสกี้เข้าไปอีกแล้วครับท่าน ลูกที่ 3 งานดวงล้วน อิโวบี้ วิ่งมาตามบอลจากการสาดขึ้นมาของกองหลังอาร์เซน่อล บอลวิ่งมาทางฝั่งขวา อิโวบี้เก็บบอลก่อนที่จะหลอกกองหลังสวอนซี้แล้วยิงยัดเข้าไปโดน Kyle Naughtonบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูแบบหน้าตาเฉย ลูกที่ 4 จะเรียกว่าใสสะอาดก็ไม่ชัดเพราะว่า แชมเบอร์เรน เปิดเข้าตรงกลางย้อนหลังมาให้ แรมซี่ย์ แต่ว่าเราท์เรตส์เร็วกว่าพุ่งจิ้มบอลแต่บอลย้อนไปที่หน้าประตู ซานเชส ตะหวัดบอลตามเท้าบอลพุ่งประตูไปอีกแล้วครับท่าน ทำให้เกมนี้อาร์เซน่อลชนะด้วยดวงขยับขึ้นแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปอยู่ที่ 4

ปืน-คลาเรตส์ ดวลกันทดเจ็บ 7นาที

   เดอะ กันเนอร์ส กลับขึ้นไปอยู่ที่ 2 ของตารางได้อีกครั้งหลังจากที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล และ เรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีการสะดุดเกิดขึ้นทำให้ อาร์เซน่อลที่จ้องจะพุ่งขึ้นมาแซงหน้านั้นต้องทำให้ได้ในเกมที่เจอกับ เดอะ คลาเรตส์ ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยมทำให้เกมค่อนข้างที่จะดุเดือด สนุก มันส์ พลิคไปมา และที่น่าสนใจก็คือ แดนนี่ เวลเบ็ค มีรายชื่ออยู่ม้านั่งสำรองในเกมนี้ด้วย

เกมดำเนินไป 45 นาทีแรกถือว่า ชอน ไดร์ส เตรียมการมาเป็นอย่างดี สามารถหยุดเกมรุกของ อาร์เซน่อลไว้ได้หมด แต่แล้วจนเล่าเกมในช่วงครึ่งหลังต้องยอมรับว่าประตูแรกของอาร์เซน่อลมาจากลูกเซตพรีส การเปิดมุมเข้ามาของ เมซุส โอซิล โยนเข้ามาตรงเสาแรก เขอดราน มุสตาฟี่ กองหลังสอดขึ้นไปสะบัดบอลเข้าประตูไป ปลดล็อกให้กับทีมและตัวเองเป็นประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลนำได้ 6 นาทีเสีย กรานิค ชาก้าไปจากการทำฟาล์ว จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม เกมก็ยันไปยันมาจนทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาทีในครึ่งหลัง 90+2 ทีมเยือนกลับมาได้ตีเสมอจากการยิงจุดโทษของ อังเดร เกรย์ ทำให้ทีมใจชื่นขึ้นมา แต่หารู้ไม่ว่านาทีที่ 90+7 อาร์เซน่อลกลับได้ประตูคืนเมื่อ เบน มี ตั้งใจสกัดบอลแต่ยกเท้าสูงไปโดนหน้าของ กอสเซียลนี่  โจนาธาน มอส เป่าให้เป็นจุดโทษ อเล็กซิส ซานเชส ดาวซัลโวของทีม เป็นคนสังหาร วิ่งเข้าไปยิงเบาเข้าตรงกลางประตูแบบเหนือชั้น ทำให้เกมนี้ดราม่าหนัก อาร์เซน่อลพลิคเอามาชนะได้ในนาทีสุดท้าย

โนลิโต้ แมนซิตี้รู้ไหวว่าลงและคุ้ม

    ยังจำนักเตะวัย 30ปี ชาวสเปนนิชนามว่า โนลิโต้ ได้หรือไม่ หลังจากที่ได้ออกลวดลายในศึกลาลีกา สเปนมาจนต้องยอมรับฝีเท้าเลยว่าไม่ธรรมดา ถึงกับ เป๊ป กวาดิโอล่า ต้องยอมเอ๋ยปากว่าต้องการตัวเขาเข้ามาร่วมทัพ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในที่สุดก็ตกลงกับเอเย่นต์ ฟอนต์บอลบาร์เซโลน่าได้ด้วยราคา 15 ล้านปอนด์ นับว่าเป็นเงินจำนวนที่สูงถ้าเทียบกับวัยของอาชีพฟุตบอลแต่สิ่งที่กล้าควักเงินจำนวนนี้ดึง โนลิโต้ เข้ามาก็เพราะว่าเป็นนักเตะเก่าของ เซลต้า บีโก้ คนเดียวที่สามารถสร้างปัญหาให้กับทีมเรอัล มาดริดและ บาร์เซโลน่าได้ตลอดทุกครั้งที่เจอกัน ซึ่งตรงจุดนี้ บาร์เซโลน่าพลาดที่ยอมปล่อยตัวเขาออกไปในช่วงที่อยู่กับ บาร์เซโลน่าB  จนเบนฟิก้า ดึงตัวมาร่วมทีมแบบฟรีและคุ้มค่า

                เบนฟิก้า เป็นทีมที่โอบอุ้ม โนลิโต้ ขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ใช้งานได้เพียงปีเดียวก็ให้ กรานาด้า ยืมตัวไป ก่อนที่จะขายต่อไปให้เซลต้า บีโก้ เพียงแค่2ล้านปอนด์เท่านั้นแต่หารู้ไหวว่าเป็นนักเตะที่ช่วยเหลือทีมได้ดีในการโมตีทางริมเส้น อายุของเขาไม่ได้ทำให้สปีดต้นตกลงไปแม้แต่นอน ความคล่องแคล่วว่องไวก็ยังคงมีอยู่ เราจะให้ได้ในช่วงที่เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเป็นตัวสำรองไพ่ตายใยสุดท้ายก็มักจะช่วยทีมให้ยิงประตูหรือกลับมาเอาชนะได้เสมอ ซึ่งเขามาสถิติในการลงเล่นเป็นตัวจริงและพาแมนซิตี้มีโอกาสเอาชนะทีมคู่แข่งได้ถึง 66.7% ซึ่งถ้าเงินไหนเขาไม่ได้ลงโอกาสของทีมชนะเพียงแค่33.3 นั้นหมายความว่าถ้า โนลิโต้ลงเป็น11ผู้เล่น จะสามารถทำให้ทีมมีโอกาสชนะ 100% นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าอัศจรรย์ใจเสียจริงๆ เป๊ป รู้แบบนี้ไม่ให้ลงทุกนัดก็ใจร้ายเกินไปละ

ต่างดาวเร่งสปีดไล่บี้ชุดขาว

  เกมที่ 18 ในศึกลาลีกา 2016/17 บาร์เซโลน่า มีความผิดพลาดอยู่หลายเกมทำให้ต้องตามหลังทีมคู่แข่งอย่าง เรอัล มาดริดอยู่แล้วโอกาสที่เขาจะไล่บี้ตามมาติดๆก็คือการเก็บชัยชนะสถานเดียวเท่านั้น โดยทางด้านของหลุยส์ เอ็นริเก้ รู้ว่าต้องสั่งลูกทีมให้ทำอย่างไรกับการที่จะได้3คะแนนกลับมาแล้วค่อยมานั่งลุ้นกันอีกที่ให้ มาดริดแพ้หรือเสมอ นัดนี้ทีมต่างดาวก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าจะเอาชนะได้ก็เลยทำการเปลี่ยนนักเตะตัวสำรองลงไปพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งเกมนี้ เนย์มาร์โดน อันดร้า ตูรานเป็นคนแย่งตัวจริง แถมยังให้ อเล็ก วิดัล กับ อันเดรีย โกเมซ ลงอีกด้วย

เกมนั้นค่อนข้างที่จะต่างชั้นกันสิ้นเชิงเมื่อเกมเริ่มขึ้นประตูแรกก็เปิดฉากตั้งแต่นาทีที่ 14เป็นจังหวะที่โกเมซเติมสุดเส้นปาดตัดหลังเข้ามาที่กลางประตู ซัวเรสก็สังหารไม่พลาดยิงยัดเสาแรกเข้าไปไม่ธรรมดาเลยครับลูกนี้ ก่อนที่จะถล่มครึ่งหลังอีก 4ประตู การเปิดเกมทางริมเส้นโจมตีบ่อยครั้งจนวาราสผู้รักษาประตูลาส พัลมาสพลาดแล้วโดน เมสซี่ วิ่งเข้ามาจิ้มบอลเข้าประตู จากนั้นประตูที่ 3ห่างกันเพียงแค่ 5 นาทียังโชว์ความสามารถด้วยการซัดบอลด้วยขวาจากการเปิดตัดเข้ามาของ ราฟินญ่า เกมลาส พัลมาสเละเทะโดนประตูที่ 4 ในอีก 2นทีต่อมาเป็นจังหวะที่ อันดร้า ตูราน ใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวแล้วก็จบลงด้วยการยิงเลียดพื้นเข้าเสาสองไปแล้วมาปิดฉากจากกองหลัง วิ่งสู้ฟัด อเล็ก วิดัล ขยันเติมมาถึงหน้าประตูแล้วก็จิ้มบอลจากปาโก้ อาคาเซอร์ที่แทงทะลุมาให้บอลพุ่งตรงกรอบไม่พลาดทำให้เกมนี้ บาร์ซ่า ถล่ม ลาส พัลมาสไป 5-0

ตราหมีเครื่องรวนแบ่งแต้ม บิลเบา

    เกมในคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2560 คู่ที่น่าสนใจไม่แพ้บาร์เซโลน่าก็คือ แอธเลติก บิลเบา เปิดสนามSan Mamésดวลกับ แอตเลติโก มาดริด ถ้ามองในเรื่องของส่วนได้ส่วนเสียเกมนี้ ตราหมีต้องการชัยชนะเพียงเท่านั้นเพื่อที่จะขึ้นเกาะกลุ่มกับอันดับที่ 3และ4 แต่ทางด้านของเจ้าบ้านไม่ต้องห่วงอะไรมากเพราะว่าถือว่าทำได้ดีขึ้นมาอยู่กลางตารางลาลีกาสเปนแล้ว ดิอาโก้ ซิโมเน่ เตรียมทัพมาแบบจัดเต็มด้วยนักเตะที่ส่งลงมาก็เพียงพอที่จะต่อกรกับเจ้าบ้านได้สบายไม่ว่าจะเป็น ยานนิค คาร์รัสโซ่ซาอู นิเกวซ โกเก้ กาบี้ เควิน กาเมโร่และอองตรวน กริสมันส์

                แล้วด้วยแบบแผนที่จัดมาอย่างดีทำให้ตราหมีขึ้นนำไปตั้งแต่นาทีที่ 3บอลเจาะทางริมเส้นฝั่งขวาแล้วตันไปไม่ได้ก็เลยกลับมา ฟิลิเป้ หลุยส์ ย้อนหลังให้กับ โกเก้มีพื้นที่ตั้งท่าจะปั่นบอลเปิดเข้าไป กริสมันส์วิ่งหวังจะเข้าฮอตแต่ว่าไม่โดนบอลกระดอนเข้าประตูไปจากการเปิดของโกเก้  แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านเร่งสปีดทำเกมได้ดีกว่า การโจมตีมาจากทางฝั่งขวาแล้วบอลไปถึงÍñigo Lekueแตะบอลแต่งก่อนที่จะซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสบหน้าของโมย่าเข้าประตูไป ตีเสมอไม่พอเจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำบอลเริ่มจากฝั่งขวา ราอูล การ์เซีย ปิดเข้าตรงกลางให้กับ De Marcos อยู่โล่งๆคนเดียวโขกเต็มกบาลเข้าประตูไปพา บิลเบาขึ้นนำ 2-1 แต่สุดท้ายเกมไม่จบลงด้วยสกอร์นี้ จังหวะสวนกลับของ ตราหมี เฟอร์นันโด ตอร์เรส จ่ายต่อไปให้กับ กริสมันส์ ซัดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งตรงโคนเสาแล้วเข้าประตูไป ตีเสมอให้กับตราหมีได้สำเร็จ จบเกมต้องแบ่งแต้มกันไป ทีมละ 1แต้มด้วยสกอร์ 2-2

แดงเดือด เสมอ2เกมเหย้าเยือน ครั้งแรกตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีก

    ไม่น่าเชื่อว่าเกมแดงเดือดที่หลายคนใจจดใจจ่อที่จะรอดู รอเชียร์และรอแช่งนั้นกลับกลายเป็นเกมที่สร้างประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจขึ้นมาเมื่อทั้งคู่พบเจอกันมาไม่น่าเชื่อว่าไม่เคยเสมอ 2เกมเหย้าเยือนในฤดูกาลนั้นเลยแต่เหตุการณ์นั้นไม่น่าเชื่อว่าเหมือนจะมีคนจงใจที่จะสร้างขึ้นมาแต่มันต้องเป็นมืออาชีพขนาดไหนถึงจะสั่งให้ ทั้ง 2 เกมเสมอกันให้ได้นัดเล่นกันที่แอนฟิลด์ปรากฏว่าเกมน่าเบื่อเมื่อทั้ง 2 ทีมไม่สามารถยิงประตูกันได้เลยทำให้จบลงที่เสมอกัน 0-0 ก่อนที่จะมาเจอกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2560 ช่วงเวลา 23.00 น .ตามเวลาประเทศไทย

  เกมในวันนี้มีเรื่องของสถิติที่ โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นทำได้ไม่ดีเมื่อมาเจอกับ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ กับเรื่องของชัยชนะทำได้เพียงแค่ชนะคล็อปป์ เพีงแค่นัดเดียวเท่านั้นก็เลยทำให้เกมนี้ต้องเน้นเพื่อที่จะหยุดคะแนนของ ลิเวอร์พูลไว้ด้วย ประตุแรกในเกมนี้กว่าจะมาเกมค่อนข้างอึดอัด ลิเวอร์พูลได้ลูกจุดโทษ เจมส์ มิลเนอร์ขาสั่นเตรียมยิงแล้วก็เป็นคนสังหารไม่พลาดพาทีมขึ้นนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ตั้งแต่ครึ่งแรก จนแล้วจนเหล่าเกมก็ยังน่าเบื่อจนหมดเวลา 45 นาที ก่อนที่แมนฯยูนั้น มูรินโญ่เปลี่ยนแผนแบบชัดเจน เติมเกมรุกหวังเอาประตูคืนสุดท้ายแล้วเกมสนุกสุดมันส์จนมาถึงนาทีที่ 84 อันโตนิโอ วาเลนเซีย เลี้ยงบอลสุดเส้นก่อนที่จะเปิดเข้ามาตรงกลางประตู ซลาตัน อิบราฮิโมวิช โขกบอลย้อนๆไปที่เสาสองบอลน้ำหนักดีทำให้ข้ามหัว มินโญเล่ไปจนเป็นประตูตีเสมอให้กับแมนยู ก่อนหมดเวลา 90นาที